พนักงานบัญชีแอบโอนเงินบริษัท ประกันโจรกรรมจ่ายไหม และต้องทำประกันอะไร?

หากพนักงานบัญชีปลอมเอกสาร สร้างรายการจ่ายปลอม หรือโอนเงินบริษัทเข้าบัญชีตัวเอง ประกันอัคคีภัยและประกันโจรกรรมทั่วไปอาจไม่คุ้มครอง เพราะผู้ก่อเหตุเป็นพนักงานที่ได้รับสิทธิให้เข้าถึงเงินหรือระบบของบริษัทอยู่แล้ว

ประกันที่ออกแบบมารับความเสี่ยงนี้โดยตรงคือ ประกันภัยความซื่อสัตย์ของพนักงาน หรือ Fidelity Guarantee Insurance ซึ่งอาจชดเชยความสูญเสียทางการเงินโดยตรงจากการยักยอก ฉ้อโกง ลักทรัพย์ หรือปลอมแปลงโดยพนักงานตามเงื่อนไข

แต่การมีกรมธรรม์ไม่ได้แปลว่าจะเคลมได้ทุกกรณี พนักงานหรือตำแหน่งต้องอยู่ในความคุ้มครอง เหตุต้องเกิดและถูกตรวจพบภายในระยะเวลาที่กำหนด รวมถึงต้องมีหลักฐานพิสูจน์ยอดความเสียหายที่ชัดเจน

ข่าวพนักงานปลอมสลิป ยักยอกเงินบริษัทกว่า 13 ล้านบาท

มีรายงานการจับกุมอดีตพนักงานของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ หลังถูกกล่าวหาว่าปลอมเอกสารและสลิปการโอนเงินหลายครั้ง เพื่อยักยอกเงินของบริษัท รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 13.68 ล้านบาท

ตามรายงานข่าว เหตุเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2566 ผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่าปลอมสลิปการโอนถึง 43 ครั้ง ก่อนหลบหนีและถูกเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมในพื้นที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ส่วนข้อเท็จจริงและความผิดต้องเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป กรุงเทพธุรกิจ

กรณีนี้เตือนเจ้าของธุรกิจว่า การสูญเสียเงินก้อนใหญ่ไม่ได้เกิดจากโจรที่งัดประตูเข้ามาเสมอไป แต่อาจเกิดจากบุคคลที่มีรหัสผ่าน เห็นข้อมูลบัญชี และได้รับความไว้วางใจจากองค์กร

ยิ่งคนหนึ่งคนสามารถสร้างรายการ อนุมัติ จ่ายเงิน และกระทบยอดบัญชีได้เอง ความเสียหายก็ยิ่งเกิดซ้ำได้นานโดยไม่มีใครสังเกต

ประกันโจรกรรมทั่วไปจ่ายหรือไม่?

หลายคนเข้าใจว่าเงินของบริษัทถูกขโมย ประกันโจรกรรมต้องจ่าย แต่ความจริงต้องดูว่าใครเป็นผู้กระทำและเกิดขึ้นด้วยวิธีใด

ประกันโจรกรรมทั่วไปมักเน้นเหตุที่บุคคลภายนอกใช้กำลังงัดแงะ บุกรุก หรือชิงทรัพย์ตามลักษณะที่กรมธรรม์กำหนด หากผู้ก่อเหตุเป็นพนักงานที่มีสิทธิเข้าสำนักงาน มีลูกกุญแจ หรือได้รับอนุญาตให้ใช้ระบบการเงิน ความเสียหายอาจไม่เข้าเงื่อนไขโจรกรรมทั่วไป

กรณีเงินถูกโอนออกทางระบบธนาคารก็ไม่ได้มีร่องรอยงัดแงะหรือความเสียหายต่อสถานที่ จึงต้องตรวจกรมธรรม์อย่างละเอียด ไม่ควรสรุปจากคำว่า “ประกันโจรกรรม” เพียงอย่างเดียว

Fidelity Guarantee คือประกันอะไร?

Fidelity Guarantee คือประกันที่คุ้มครองนายจ้างจากความสูญเสียทางการเงินโดยตรง อันเกิดจากการกระทำที่ไม่ซื่อสัตย์ของพนักงานที่อยู่ในความคุ้มครอง

เหตุที่อาจอยู่ในขอบเขต ได้แก่

  • พนักงานยักยอกเงินที่รับจากลูกค้า
  • สร้างใบเบิกค่าใช้จ่ายปลอม
  • ปลอมลายเซ็นหรือเอกสารการจ่ายเงิน
  • โอนเงินบริษัทเข้าบัญชีส่วนตัว
  • ยักยอกสินค้าออกจากคลัง
  • แก้ไขข้อมูลเพื่อปกปิดการทุจริต
  • สมรู้ร่วมคิดกับบุคคลภายนอกเพื่อเอาทรัพย์สินบริษัท

ข้อมูลผลิตภัณฑ์ของบริษัทประกันระบุว่า ประกันประเภทนี้มุ่งชดเชยความสูญเสียโดยตรงจากการปลอมแปลง ยักยอก ลักขโมย หรือการเปลี่ยนแปลงข้อมูลเพื่อฉ้อโกงโดยพนักงาน แต่รายละเอียดของผู้ที่ได้รับความคุ้มครองและช่วงเวลาการตรวจพบต้องยึดตามกรมธรรม์แต่ละฉบับ

เลือกคุ้มครองแบบระบุชื่อหรือตำแหน่ง?

การทำ Fidelity Guarantee พบได้หลายรูปแบบ โดยธุรกิจต้องเลือกให้เหมาะกับโครงสร้างพนักงาน

แบบระบุชื่อ

บริษัทแจ้งชื่อพนักงานที่ต้องการเอาประกัน พร้อมวงเงินของแต่ละคน เหมาะกับองค์กรที่มีผู้ดูแลเงินหรือทรัพย์สินเพียงไม่กี่คน และไม่มีการเปลี่ยนพนักงานบ่อย

ข้อควรระวังคือ เมื่อพนักงานลาออกหรือเปลี่ยนคนรับผิดชอบ ต้องแจ้งแก้ไขกรมธรรม์ หากลืมเพิ่มชื่อพนักงานคนใหม่ อาจเกิดช่องว่างความคุ้มครอง

แบบระบุตำแหน่ง

กำหนดความคุ้มครองตามตำแหน่ง เช่น ผู้จัดการบัญชี แคชเชียร์ เจ้าหน้าที่คลังสินค้า หรือพนักงานจัดซื้อ เหมาะกับกิจการที่มีการหมุนเวียนบุคลากร แต่ต้องตรวจคำนิยามและจำนวนคนในแต่ละตำแหน่งให้ถูกต้อง

แบบครอบคลุมพนักงานหลายคน

บางแผนอาจออกแบบให้ครอบคลุมพนักงานเป็นกลุ่ม แต่ยังมีวงเงินรวม วงเงินต่อเหตุ และเงื่อนไขว่าใครถือเป็นพนักงาน เช่น พนักงานประจำ พนักงานชั่วคราว หรือบุคคลจากบริษัท Outsource

เจ้าของหรือกรรมการโกงเงิน คุ้มครองหรือไม่?

โดยทั่วไป Fidelity Guarantee มุ่งคุ้มครองการกระทำของ “พนักงาน” ตามคำนิยาม ไม่ได้หมายความว่าจะคุ้มครองเจ้าของ ผู้ถือหุ้น กรรมการ หรือหุ้นส่วนทุกคน

หากผู้กระทำมีสถานะเป็นกรรมการและพนักงานพร้อมกัน ต้องตรวจว่ากรมธรรม์จัดบุคคลนั้นอยู่ในฐานะใด มีอำนาจควบคุมบริษัทมากเพียงใด และถูกระบุเป็นผู้ได้รับความคุ้มครองหรือไม่

ธุรกิจไม่ควรซื้อโดยใช้คำว่า “คุ้มครองพนักงานทุกคน” แล้วคิดว่ารวมผู้บริหารทั้งหมด ต้องขอรายชื่อและคำนิยามในกรมธรรม์ให้ชัดก่อนชำระเบี้ย

ความเสียหายแบบไหนที่ประกันอาจไม่จ่าย?

ข้อยกเว้นและข้อจำกัดที่ต้องตรวจให้ละเอียด ได้แก่

  • การทุจริตเกิดก่อนวันเริ่มประกัน
  • ผู้กระทำไม่ได้อยู่ในรายชื่อหรือตำแหน่งที่เอาประกัน
  • บริษัททราบว่าพนักงานเคยทุจริตแต่ยังให้ทำหน้าที่ต่อ
  • ตรวจพบเหตุหลังพ้นระยะเวลาแจ้งเคลม
  • สต็อกขาดแต่ไม่มีหลักฐานว่าใครเอาไป
  • ความเสียหายเป็นเพียงการคาดการณ์
  • กำไรหรือโอกาสทางธุรกิจที่สูญเสีย
  • ค่าปรับและบทลงโทษตามกฎหมาย
  • ความเสียหายเกินวงเงินหรืออยู่ใต้ค่าเสียหายส่วนแรก

ประเด็นสำคัญคือ ประกันจ่าย “ความสูญเสียทางการเงินโดยตรงที่พิสูจน์ได้” ไม่ได้ชดเชยความรู้สึกเสียหาย ชื่อเสียงที่ลดลง หรือยอดขายที่คาดว่าจะเกิดในอนาคตโดยอัตโนมัติ

ถ้าพนักงานโกงต่อเนื่องหลายปี นับเป็นกี่เหตุ?

ต้องดูคำจำกัดความเรื่องเหตุการณ์ต่อเนื่อง หรือ Series of Losses ในกรมธรรม์

การโอนเงิน 43 ครั้งอาจถูกพิจารณาเป็นเหตุเดียว หากเป็นการกระทำต่อเนื่องของพนักงานคนเดียวด้วยวิธีเดียวกัน หรืออาจถูกแยกเป็นหลายเหตุ ทั้งนี้ส่งผลโดยตรงต่อวงเงินสูงสุดและค่าเสียหายส่วนแรก

ตัวอย่างเช่น กรมธรรม์มีวงเงินหนึ่งล้านบาทต่อเหตุและค่าเสียหายส่วนแรกหนึ่งแสนบาท หากถูกนับเป็นเหตุเดียว วิธีคำนวณจะแตกต่างจากการนับเป็นหลายเหตุอย่างมาก เจ้าของธุรกิจจึงต้องขอให้บริษัทประกันอธิบายเงื่อนไขนี้ตั้งแต่ก่อนซื้อ

Crime Insurance ต่างจาก Fidelity Guarantee อย่างไร?

Fidelity Guarantee เน้นความเสียหายที่เกิดจากความไม่ซื่อสัตย์ของพนักงาน ส่วน Crime Insurance อาจออกแบบได้กว้างกว่า โดยรวมความเสี่ยงหลายประเภท เช่น

  • การทุจริตของพนักงาน
  • การปลอมแปลงเอกสาร
  • การโจรกรรมเงินระหว่างขนส่ง
  • การฉ้อโกงจากบุคคลภายนอก
  • การโอนเงินโดยทุจริต
  • อาชญากรรมผ่านระบบคอมพิวเตอร์

แต่แต่ละแผนมีรายละเอียดแตกต่างกันมาก โดยเฉพาะการหลอกให้พนักงานโอนเงินเอง การใช้บัญชีม้า การปลอมอีเมลผู้บริหาร และการเจาะระบบธนาคาร

ธุรกิจต้องอธิบายเหตุการณ์ที่ต้องการป้องกันให้บริษัทประกันฟังเป็นสถานการณ์จริง ไม่ใช่ถามเพียงว่า “มีประกันไซเบอร์หรือประกันทุจริตไหม”

Cyber Insurance จ่ายแทน Fidelity ได้หรือไม่?

ไม่เสมอไป

หากพนักงานใช้สิทธิของตนเองเข้าสู่ระบบแล้วจงใจโอนเงิน บริษัทประกันไซเบอร์อาจมองว่าไม่มีการโจมตีหรือเข้าถึงระบบโดยบุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาต แต่เป็นการทุจริตภายในองค์กร

ในทางกลับกัน หากแฮกเกอร์ขโมยรหัสผ่าน เจาะระบบ หรือหลอกให้พนักงานโอนเงินไปยังบัญชีปลอม อาจต้องพิจารณาความคุ้มครอง Cyber Crime, Social Engineering Fraud หรือ Funds Transfer Fraud เพิ่มเติม

ดังนั้น “เงินถูกโอนผ่านคอมพิวเตอร์” ไม่ได้แปลว่าเป็นเคลมไซเบอร์ทุกกรณี ต้องดูว่าใครเป็นผู้สั่งโอน ใช้สิทธิของใคร และเกิดจากการทุจริตภายในหรือการโจมตีภายนอก

พบเงินหายแล้วต้องทำอะไรทันที?

  1. ระงับสิทธิ์เข้าระบบของบุคคลที่เกี่ยวข้อง
  2. เปลี่ยนรหัสผ่านและสิทธิ์อนุมัติรายการ
  3. ติดต่อธนาคารเพื่อระงับธุรกรรมที่ยังดำเนินการได้
  4. สำรองข้อมูล Log อีเมล กล้องวงจรปิด และเอกสารบัญชี
  5. ห้ามลบหรือแก้ไขหลักฐานต้นฉบับ
  6. แจ้งผู้บริหาร ฝ่ายกฎหมาย ผู้สอบบัญชี และบริษัทประกัน
  7. ตรวจสอบย้อนหลังว่ามีรายการลักษณะเดียวกันอีกหรือไม่
  8. แจ้งความและดำเนินการตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ
  9. คำนวณยอดเสียหายจากหลักฐานจริง
  10. หลีกเลี่ยงการตกลงหรือรับชำระโดยไม่แจ้งบริษัทประกัน

การรับสารภาพของพนักงานเพียงอย่างเดียวอาจไม่พอสำหรับการเคลม ต้องมีเส้นทางเงิน เอกสารประกอบ รายการบัญชี และหลักฐานแสดงความสัมพันธ์ระหว่างการกระทำกับยอดเสียหาย

ป้องกันอย่างไรไม่ให้คนเดียวโอนเงินได้ทั้งบริษัท?

ระบบควบคุมที่ควรมี ได้แก่

  • แยกผู้สร้างรายการออกจากผู้อนุมัติ
  • การจ่ายยอดสูงต้องอนุมัติอย่างน้อยสองคน
  • เปลี่ยนบัญชีผู้ขายต้องโทรตรวจสอบกลับ
  • ส่ง Statement ให้เจ้าของหรือผู้บริหารโดยตรง
  • กระทบยอดธนาคารโดยคนที่ไม่ได้ทำรายการจ่าย
  • ตรวจนับสต็อกแบบไม่แจ้งล่วงหน้า
  • จำกัดวงเงินโอนของแต่ละตำแหน่ง
  • เปิดแจ้งเตือนเงินออกทุกบัญชี
  • ตรวจสอบสิทธิ์ระบบเมื่อพนักงานย้ายตำแหน่งหรือลาออก
  • จัดให้มีช่องทางแจ้งเบาะแสภายในองค์กร

ประกันคือเงินสำรองเมื่อระบบป้องกันพลาด แต่ไม่สามารถใช้แทนระบบตรวจสอบภายในได้

คำถามที่พบบ่อย

พนักงานคืนเงินบางส่วนแล้ว ยังเคลมได้ไหม?

อาจเคลมส่วนที่เสียหายจริงหลังหักเงินหรือทรัพย์สินที่ได้คืน แต่ต้องแจ้งบริษัทประกันก่อนทำข้อตกลง เพราะอาจกระทบสิทธิในการติดตามทรัพย์หรือไล่เบี้ย

แจ้งความแล้วบริษัทประกันต้องจ่ายทันทีหรือไม่?

ไม่ทันที บริษัทประกันต้องตรวจความคุ้มครอง สถานะของผู้กระทำ ระยะเวลาเกิดเหตุ และหลักฐานยอดความเสียหายก่อน

พนักงาน Outsource ทุจริตคุ้มครองไหม?

ไม่ควรสรุปว่าเป็นพนักงานของผู้เอาประกัน ต้องตรวจคำนิยามและซื้อส่วนขยาย หากต้องการให้ครอบคลุมลูกจ้างชั่วคราวหรือพนักงานจากบริษัทภายนอก

ทำประกันหลังพบเงินหายแล้วเคลมย้อนหลังได้หรือไม่?

ไม่ได้ เหตุที่เกิดขึ้นหรือทราบก่อนวันเริ่มประกันไม่ใช่ความเสี่ยงในอนาคต และต้องเปิดเผยประวัติความเสียหายแก่บริษัทประกันตามความจริง

สรุป

พนักงานยักยอกเงินไม่ใช่เพียงปัญหาบุคลากร แต่เป็นความเสี่ยงทางการเงินที่สามารถทำให้ธุรกิจขาดสภาพคล่องทันที

ประกันโจรกรรมทั่วไปอาจไม่ตอบโจทย์ เพราะผู้กระทำมีสิทธิเข้าถึงเงินอยู่แล้ว ธุรกิจที่มีพนักงานบัญชี แคชเชียร์ ผู้จัดซื้อ ผู้ดูแลคลังสินค้า หรือผู้ที่สามารถอนุมัติธุรกรรม ควรพิจารณา Fidelity Guarantee หรือ Crime Insurance โดยตั้งวงเงินตามยอดเงินและทรัพย์สินสูงสุดที่บุคคลนั้นเข้าถึงได้

ความไว้วางใจทำให้คนทำงานร่วมกันได้ แต่ระบบตรวจสอบทำให้ธุรกิจอยู่รอด ประกันจึงไม่ใช่การกล่าวหาว่าพนักงานจะโกง แต่เป็นการยอมรับว่าไม่มีองค์กรใดควรฝากอนาคตไว้กับคนเพียงคนเดียว

หมายเหตุ: บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปด้านประกันภัยและการบริหารความเสี่ยง ไม่ใช่คำวินิจฉัยคดี การชดใช้สินไหมขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง หลักฐาน แบบกรมธรรม์ วงเงิน และข้อยกเว้นของแต่ละบริษัท

ปรึกษาประกันความซื่อสัตย์และประกันภัยธุรกิจ

ต้องการตรวจความเสี่ยงพนักงานบัญชี เงินสด สต็อกสินค้า หรือระบบอนุมัติการจ่ายเงิน ติดต่อทีม Srikrung Mentor

คุณบอย: 080-295-6052
คุณปูเป้: 080-295-1830
LINE: @srikrungmentor
Facebook: ศรีกรุงปทุมธานี
เว็บไซต์: www.srikrungmentor.com

นายหน้าประกัน
นายหน้าศรีกรุง โค้ชปูเป้ กันต์วสา วงศ์ประทีปวิไล

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *