เมื่อเจ้าหน้าที่ชักธงแดงหรือประกาศห้ามเรือออกจากฝั่งเพราะคลื่นลมแรง นักท่องเที่ยวควรเรียกร้องคืนเงินหรือเลื่อนวันกับบริษัททัวร์ก่อน ส่วนประกันเดินทางจะจ่ายหรือไม่ ต้องดูว่ากรมธรรม์มีความคุ้มครองการยกเลิกหรือลดระยะเวลาการเดินทางจากสภาพอากาศรุนแรงหรือไม่
ประกันไม่ได้คืนเงินทุกค่าใช้จ่ายโดยอัตโนมัติ และจะจ่ายเฉพาะส่วนที่ผู้เอาประกันจ่ายไปแล้ว เรียกคืนจากผู้ให้บริการไม่ได้ และอยู่ภายในวงเงิน
ส่วนผู้ประกอบการเรือที่เสียรายได้เพราะต้องหยุดให้บริการ อาจเคลมไม่ได้จากประกันทรัพย์สินหรือ Business Interruption ทั่วไป หากเรือและทรัพย์สินไม่ได้เกิดความเสียหายทางกายภาพ ต้องพิจารณาประกันยกเลิกกิจกรรม ประกันสภาพอากาศ หรือส่วนขยายที่ออกแบบไว้โดยเฉพาะ
ข่าวพัทยาชักธงแดง ห้ามเรือออกจากฝั่ง
วันที่ 25 กันยายน 2569 พื้นที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี เผชิญฝนตกหนัก ลมกระโชกแรง และคลื่นสูง เจ้าหน้าที่ชักธงแดงเตือนภัยและห้ามเรือท่องเที่ยวออกจากฝั่ง เพื่อป้องกันอันตรายต่อผู้โดยสารและผู้ประกอบการ
รายงานข่าวระบุว่า เรือท่องเที่ยวจำนวนมากนำเรือเข้าจอดหลบคลื่นบริเวณชายหาดและแหลมบาลีฮาย ขณะที่มีรายงานเรืออับปางหลายลำ แต่ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บจากเรือดังกล่าวในข้อมูลเบื้องต้น
กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนว่า ช่วงวันที่ 25–27 กันยายน 2569 อ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2–3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองอาจมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร โดยเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง
การประกาศงดเดินเรือมีผลกระทบมากกว่าเจ้าของเรือ เพราะเกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยว บริษัททัวร์ โรงแรม ร้านอาหาร คนขับรถรับส่ง และธุรกิจบนเกาะที่รอลูกค้าเดินทางเข้าไปใช้บริการ
บริษัททัวร์ต้องคืนเงินหรือเลื่อนวันให้หรือไม่?
ต้องเริ่มจากตรวจเงื่อนไขการจอง ใบเสร็จ Voucher และข้อตกลงเรื่องการยกเลิก
หากกิจกรรมไม่สามารถให้บริการได้เพราะมีคำสั่งห้ามเดินเรือ ผู้ประกอบการอาจเสนอทางเลือก เช่น
- คืนเงินเต็มจำนวน
- คืนเงินเฉพาะค่าทัวร์ทางเรือ
- เปลี่ยนเป็นกิจกรรมบนฝั่ง
- เลื่อนวันเดินทาง
- ออกเครดิตไว้ใช้ครั้งต่อไป
นักท่องเที่ยวไม่ควรรีบยื่นเคลมประกันก่อนติดต่อผู้ให้บริการ เพราะประกันเดินทางมักชดใช้เฉพาะค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้รับคืนจากสายการบิน โรงแรม บริษัททัวร์ หรือผู้ให้บริการอื่นแล้ว
หากผู้ประกอบการคืนเงินครบ นักท่องเที่ยวไม่มีความเสียหายส่วนนี้เหลือให้เรียกร้องจากประกันซ้ำ
ประกันเดินทางจ่ายกรณีทัวร์เกาะถูกยกเลิกหรือไม่?
ไม่ใช่ทุกแผนจะจ่าย ต้องมีความคุ้มครอง Trip Cancellation, Trip Curtailment, Travel Disruption หรือความคุ้มครองกิจกรรมที่จองล่วงหน้า
บริษัทประกันจะตรวจอย่างน้อย 5 เรื่อง
- ซื้อประกันก่อนมีประกาศเตือนหรือไม่
- เหตุสภาพอากาศอยู่ในความคุ้มครองหรือไม่
- มีคำสั่งห้ามเดินเรือหรือหลักฐานยกเลิกจากผู้ให้บริการหรือไม่
- ค่าใช้จ่ายนั้นชำระไปแล้วและไม่สามารถเรียกคืนได้จริงหรือไม่
- ผู้เอาประกันพยายามลดความเสียหายแล้วหรือยัง
ถ้าซื้อประกันหลังกรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือน หรือหลังรู้ว่าทัวร์จะถูกยกเลิก เหตุนั้นอาจกลายเป็นเหตุที่ทราบล่วงหน้าแล้วและไม่ได้รับความคุ้มครอง
ประกันต้องซื้อก่อนความเสี่ยงกลายเป็นเหตุที่คาดหมายได้ ไม่ใช่ซื้อหลังเห็นว่าพายุใกล้เข้ามา
จองโรงแรมบนเกาะแต่เดินทางไม่ได้ ประกันจ่ายไหม?
อาจจ่ายได้ หากค่าห้องเป็นค่าใช้จ่ายที่ชำระล่วงหน้า ไม่สามารถขอคืนหรือเปลี่ยนวัน และสาเหตุอยู่ในเงื่อนไขการยกเลิกเดินทาง
แต่ถ้าโรงแรมอนุญาตให้เลื่อนวันหรือคืนเงิน ประกันจะพิจารณาเฉพาะส่วนที่นักท่องเที่ยวยังเสียเงินจริง
นักท่องเที่ยวควรขอเอกสารจากโรงแรม เช่น
- หนังสือยืนยันการจอง
- หลักฐานชำระเงิน
- นโยบายยกเลิก
- หนังสือยืนยันจำนวนเงินที่คืน
- หนังสือยืนยันว่าไม่สามารถเข้าพักได้จากเหตุใด
การส่งเพียงภาพข่าวคลื่นลมแรงอาจไม่พอ ต้องเชื่อมให้เห็นว่าเหตุการณ์นั้นทำให้ผู้เอาประกันไม่สามารถใช้บริการที่ชำระเงินจริง
ถ้าเรือยังออกได้ แต่นักท่องเที่ยวกลัวจึงไม่ไป ประกันจ่ายไหม?
โดยทั่วไป “ความกลัว” หรือ “เปลี่ยนใจไม่เดินทาง” เพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่เหตุที่ได้รับความคุ้มครอง
ต้องมีเหตุที่กรมธรรม์ระบุไว้ เช่น เจ้าหน้าที่ห้ามเดินเรือ ผู้ให้บริการยกเลิกการเดินทาง ท่าเรือปิด หรือสภาพอากาศทำให้ระบบขนส่งหยุดให้บริการตามเกณฑ์
หากเรือยังให้บริการตามปกติ แต่นักท่องเที่ยวตัดสินใจไม่เดินทางเอง อาจถือเป็นการยกเลิกโดยสมัครใจ เว้นแต่ซื้อแผนที่มีความคุ้มครองการยกเลิกด้วยเหตุใดก็ได้ ซึ่งเป็นความคุ้มครองเฉพาะและมักมีข้อจำกัดสูงกว่าแผนทั่วไป
ถ้าเรือฝ่าธงแดงออกไป ประกันเรือยังคุ้มครองหรือไม่?
การฝ่าคำสั่งห้ามเดินเรือเป็นเรื่องร้ายแรงทั้งด้านความปลอดภัยและการพิจารณาสินไหม
หากเจ้าของหรือผู้ควบคุมเรือรู้อยู่แล้วว่าสภาพอากาศอันตราย มีประกาศห้ามออกจากฝั่ง แต่ยังนำเรือออกไป บริษัทประกันอาจตรวจสอบเรื่องการเพิ่มความเสี่ยง การไม่ใช้ความระมัดระวัง และการปฏิบัติผิดเงื่อนไขหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ไม่ควรตีความว่าเพียงมีประกันแล้วสามารถเสี่ยงออกเรือได้ เพราะผู้เอาประกันมีหน้าที่ป้องกันและลดความเสียหายตามสมควร
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการอาจต้องรับผิดต่อชีวิตและร่างกายของผู้โดยสาร หากนำผู้โดยสารเข้าสู่สถานการณ์ที่ไม่ปลอดภัย
เรือจอดหลบคลื่นแต่จม ประกันตัวเรือจ่ายไหม?
ประกันภัยตัวเรือ หรือ Marine Hull อาจคุ้มครองความเสียหายจากคลื่นลม การจม การชน หรือภัยทางน้ำตามเงื่อนไข แต่ต้องตรวจรายละเอียดสำคัญ ได้แก่
- เรือถูกระบุในกรมธรรม์หรือไม่
- จุดจอดอยู่ภายในพื้นที่คุ้มครองหรือไม่
- ระบบผูกยึดและสมอเหมาะสมหรือไม่
- เรือมีสภาพพร้อมใช้งานหรือไม่
- มีใบอนุญาตและเอกสารประจำเรือครบหรือไม่
- ได้ปฏิบัติตามประกาศเตือนแล้วหรือไม่
- มีข้อยกเว้นเรื่องพายุหรือความเสื่อมสภาพหรือไม่
หากน้ำเข้าจากรอยรั่วเดิม การขาดการบำรุงรักษา หรือปั๊มน้ำเสียมานาน บริษัทประกันอาจแยกความเสียหายจากความเสื่อมออกจากความเสียหายฉับพลันที่เกิดจากคลื่นลม
ค่ากู้เรือและลากกลับเข้าฝั่ง ใครเป็นคนจ่าย?
ค่าใช้จ่ายในการกู้เรืออาจสูงกว่าค่าซ่อม โดยเฉพาะเรือที่จมในบริเวณเส้นทางเดินเรือหรือพื้นที่ท่องเที่ยว
กรมธรรม์อาจมีความคุ้มครองค่าเก็บกู้ซาก ค่าเคลื่อนย้ายซาก หรือค่าใช้จ่ายเพื่อป้องกันและลดความเสียหาย แต่ไม่ได้รวมอยู่ในทุกฉบับ
เจ้าของเรือควรแจ้งบริษัทประกันก่อนว่าจ้างทีมกู้เรือ หากสถานการณ์ไม่เร่งด่วนจนกระทบความปลอดภัย พร้อมเก็บหลักฐานดังนี้
- ภาพเรือก่อนและหลังจม
- ตำแหน่ง GPS
- สภาพคลื่นและรายงานอากาศ
- หลักฐานการผูกเรือ
- ใบเสนอราคาและใบเสร็จกู้เรือ
- รายงานจากเจ้าท่าหรือหน่วยงานในพื้นที่
การเลือกผู้รับเหมากู้เรือโดยไม่มีขอบเขตงานและราคาอาจทำให้เกิดข้อโต้แย้งเรื่องความสมเหตุสมผลของค่าใช้จ่าย
ผู้ประกอบการเรือเสียรายได้ ประกัน Business Interruption จ่ายไหม?
ประกัน Business Interruption ทั่วไปมักต้องมีความเสียหายทางกายภาพต่อทรัพย์สินที่ได้รับความคุ้มครองก่อน
ตัวอย่างเช่น เรือได้รับความเสียหายจากคลื่นและต้องหยุดซ่อม หากความเสียหายของเรือได้รับความคุ้มครอง รายได้ที่หยุดไปอาจพิจารณาภายใต้ประกันธุรกิจหยุดชะงักที่จัดไว้สำหรับกิจการเดินเรือ
แต่ถ้าเรือไม่เสียหาย เพียงถูกสั่งให้งดออกจากฝั่งสองวันเพราะสภาพอากาศ ประกัน Business Interruption ทั่วไปอาจไม่จ่าย เนื่องจากไม่มีความเสียหายทางกายภาพเป็นตัวกระตุ้น
ผู้ประกอบการที่ต้องการคุ้มครองรายได้จากสภาพอากาศควรพิจารณาผลิตภัณฑ์เฉพาะ เช่น
- Non-Damage Business Interruption
- Event Cancellation
- Adverse Weather Insurance
- Parametric Weather Insurance
- การขยายความคุ้มครองการเข้าถึงพื้นที่หรือคำสั่งหน่วยงาน
ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ต้องออกแบบล่วงหน้าและกำหนดตัวกระตุ้นให้ชัด เช่น ความเร็วลม ระดับคลื่น ปริมาณฝน หรือคำสั่งปิดท่าเรือ
บริษัททัวร์ต้องมีประกันอะไรบ้าง?
บริษัททัวร์ทางทะเลควรตรวจความคุ้มครองอย่างน้อย 5 ส่วน
1. ประกันตัวเรือ
คุ้มครองความเสียหายของเรือ เครื่องยนต์ และอุปกรณ์ตามที่ระบุ
2. ประกันความรับผิดต่อผู้โดยสาร
รองรับความรับผิดกรณีผู้โดยสารบาดเจ็บ เสียชีวิต หรือทรัพย์สินเสียหายตามเงื่อนไข
3. ประกันอุบัติเหตุกลุ่ม
ให้ผลประโยชน์แก่ผู้โดยสารเมื่อเกิดอุบัติเหตุ โดยไม่ต้องรอพิสูจน์ความรับผิดทั้งหมด แต่ต้องมีรายชื่อหรือวิธีแจ้งจำนวนผู้โดยสารที่ถูกต้อง
4. Public Liability
คุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก เช่น นักท่องเที่ยวบนท่าเรือหรือทรัพย์สินของผู้อื่น
5. Business Interruption หรือ Event Cancellation
ช่วยเรื่องรายได้หรือค่าใช้จ่ายเมื่อกิจกรรมต้องหยุด แต่ต้องเลือกสาเหตุและเงื่อนไขให้ตรงกับความเสี่ยงจริง
เอกสารที่นักท่องเที่ยวควรใช้ยื่นเคลม
- กรมธรรม์และหนังสือรับรองประกัน
- หนังสือเดินทางหรือบัตรประชาชน
- หลักฐานการชำระค่าทัวร์
- หนังสือยืนยันการยกเลิกจากบริษัททัวร์
- หลักฐานจำนวนเงินที่ได้รับคืน
- หลักฐานจองโรงแรมและการเดินทาง
- ประกาศปิดท่าเรือหรือห้ามเดินเรือ
- รายงานสภาพอากาศในวันที่เกิดเหตุ
- ใบเสร็จค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
- รายละเอียดบัญชีสำหรับรับสินไหม
ควรแจ้งบริษัทประกันทันที ไม่ควรรอจนจบทริปแล้วค่อยรวบรวม เพราะเอกสารยืนยันจากผู้ให้บริการอาจขอได้ยากขึ้น
คำถามที่พบบ่อย
ทัวร์คืนเงินบางส่วน ประกันจ่ายส่วนที่เหลือไหม?
อาจจ่ายได้ หากส่วนที่เหลือเป็นค่าใช้จ่ายที่เรียกคืนไม่ได้และสาเหตุอยู่ในความคุ้มครอง ต้องส่งหลักฐานจำนวนเงินที่ได้รับคืนแล้ว
ซื้อประกันในวันที่มีประกาศพายุ เคลมได้ไหม?
อาจไม่ได้ เพราะเหตุอาจเป็นสิ่งที่ทราบหรือคาดหมายได้แล้ว บริษัทประกันจะตรวจเวลาเริ่มคุ้มครองและเวลาที่ประกาศเตือนเผยแพร่
เรือจมแต่ไม่มีประกัน เจ้าของยังต้องกู้หรือไม่?
อาจต้องดำเนินการตามคำสั่งของหน่วยงานและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง โดยเฉพาะหากซากกีดขวางการเดินเรือหรือสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
นักท่องเที่ยวเมาเรือหรือบาดเจ็บระหว่างรอออกเรือคุ้มครองไหม?
ต้องดูสาเหตุและประกันที่มี หากเป็นการเจ็บป่วยทั่วไปอาจใช้ความคุ้มครองค่ารักษาระหว่างเดินทาง ส่วนอุบัติเหตุบริเวณท่าเรืออาจเกี่ยวกับ PA หรือ Public Liability
สรุป
การประกาศห้ามเรือออกจากฝั่งช่วยรักษาชีวิต แต่สร้างความเสียหายทางการเงินให้ทั้งนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการ
นักท่องเที่ยวต้องตรวจว่าประกันเดินทางมี Trip Cancellation และจ่ายค่าใช้จ่ายที่เรียกคืนไม่ได้หรือไม่ ส่วนผู้ประกอบการต้องเข้าใจว่า Business Interruption ทั่วไปอาจไม่จ่าย หากเรือไม่ได้เสียหายและหยุดบริการเพราะสภาพอากาศเพียงอย่างเดียว
ความเสี่ยงของธุรกิจท่องเที่ยวไม่ได้มีแค่เรือชนหรือผู้โดยสารบาดเจ็บ แต่รวมถึงพายุ คำสั่งปิดท่าเรือ ค่าเก็บกู้ซาก และรายได้ที่หายไป จึงต้องออกแบบประกันหลายส่วนให้ทำงานต่อกัน
หมายเหตุ: บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปจากข่าวและหลักประกันภัย ไม่ได้สรุปสาเหตุการจมของเรือหรือความรับผิดของผู้ประกอบการรายใด การจ่ายสินไหมขึ้นอยู่กับหลักฐานและเงื่อนไขกรมธรรม์แต่ละฉบับ
ปรึกษาประกันเดินทางและประกันธุรกิจท่องเที่ยว
ต้องการตรวจประกันเรือท่องเที่ยว ความรับผิดต่อผู้โดยสาร ประกันอุบัติเหตุกลุ่ม หรือความคุ้มครองยกเลิกกิจกรรม ติดต่อทีม Srikrung Mentor
คุณบอย: 080-295-6052
คุณปูเป้: 080-295-1830
LINE: @srikrungmentor
Facebook: ศรีกรุงปทุมธานี
เว็บไซต์: www.srikrungmentor.com
