หากลูกเห็บหรือลมกระโชกแรงทำให้หลังคา กระจก ป้ายร้าน หรือแผงโซลาร์เซลล์เสียหาย ประกันอาจจ่ายได้เมื่อกรมธรรม์มีความคุ้มครองภัยลมพายุ ลูกเห็บ หรือความเสี่ยงภัยทุกชนิด และทรัพย์สินที่เสียหายอยู่ในรายการเอาประกัน
แต่การมี “ประกันอัคคีภัย” ไม่ได้แปลว่าความเสียหายจากลูกเห็บและลมพายุจะได้รับความคุ้มครองครบทุกกรณี ต้องตรวจภัยที่ซื้อเพิ่มเติม วงเงินภัยธรรมชาติ ค่าเสียหายส่วนแรก และรายละเอียดของทรัพย์สิน
กรณีป้ายหรือชิ้นส่วนอาคารปลิวไปทำให้บุคคลอื่นบาดเจ็บหรือทรัพย์สินข้างเคียงเสียหาย ต้องดูประกันความรับผิดต่อบุคคลภายนอกเพิ่มเติม เพราะประกันทรัพย์สินของเราไม่ได้จ่ายความเสียหายของคนอื่นโดยอัตโนมัติ
ลูกเห็บในกรุงเทพฯ ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป
วันที่ 1 ตุลาคม 2569 มีรายงานฝนฟ้าคะนองและลูกเห็บตกในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร เช่น ลาดพร้าว จตุจักร หลักสี่ รัชดาภิเษก และหมอชิต พร้อมลมกระโชกแรงในบางจุด naewna.com
วันที่ 5 ตุลาคม ยังมีรายงานความเสียหายจากฝน ลมกระโชกแรง และลูกเห็บในอำเภอเมืองสุโขทัย โดยบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างได้รับผลกระทบหลายพื้นที่ banmuang.co.th
กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือนว่า ช่วงวันที่ 5–7 ตุลาคม ประเทศไทยตอนบนอาจมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บ และฝนตกหนัก โดยพื้นที่ได้รับผลกระทบรวมถึงภาคกลาง กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล tmd.go.th
นอกจากนี้ยังมีการคาดการณ์สภาพอากาศแปรปรวนอีกช่วงระหว่างวันที่ 9–13 ตุลาคม จึงเป็นเวลาที่เจ้าของบ้าน ร้านค้า โรงงาน และอาคารควรตรวจทั้งสภาพทรัพย์สินและกรมธรรม์ของตัวเอง opdc.tmd.go.th
ลูกเห็บสร้างความเสียหายอะไรได้บ้าง?
ลูกเห็บขนาดเล็กอาจละลายเร็วและดูเหมือนไม่อันตราย แต่เมื่อมาพร้อมลมกระโชกแรง ความเร็วในการปะทะสามารถทำให้ทรัพย์สินเสียหายได้หลายจุด เช่น
- กระเบื้องหลังคาแตกร้าว
- หลังคาเมทัลชีตยุบหรือฉีก
- สกายไลต์และกระจกแตก
- กันสาดหรือป้ายร้านหลุด
- แผงโซลาร์เซลล์แตกร้าว
- คอยล์ร้อนและระบบปรับอากาศเสียหาย
- สินค้าภายในเปียกจากน้ำฝน
- ฝ้าเพดานพังจากน้ำรั่ว
- เครื่องจักรหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าได้รับความชื้น
- ต้นไม้หรือกิ่งไม้ล้มทับอาคาร
- ร้านค้าต้องหยุดดำเนินงานระหว่างซ่อมแซม
บางครั้งความเสียหายไม่ได้ปรากฏทันที เช่น แผงโซลาร์เซลล์ยังผลิตไฟได้ แต่เกิดรอยร้าวขนาดเล็กภายใน หรือกระเบื้องหลังคาร้าวจนเริ่มรั่วเมื่อฝนตกครั้งถัดไป เจ้าของทรัพย์สินจึงควรตรวจอย่างละเอียดหลังพายุผ่านไป
ประกันอัคคีภัยคุ้มครองลูกเห็บหรือไม่?
อย่าดูแค่ชื่อกรมธรรม์ ต้องดูรายการภัยที่ได้รับความคุ้มครองจริง
ประกันอัคคีภัยพื้นฐานมุ่งคุ้มครองความเสียหายจากไฟไหม้และภัยอื่นตามที่ระบุ หากต้องการคุ้มครองลมพายุ ลูกเห็บ น้ำท่วม แผ่นดินไหว หรือภัยธรรมชาติอื่น อาจต้องซื้อภัยเพิ่มเติมหรือเลือกแบบประกันที่ครอบคลุมกว้างขึ้น
ดังนั้น หากลูกค้าบอกว่า “บ้านมีประกันแล้ว” ต้องตรวจอย่างน้อยสี่เรื่อง
- กรมธรรม์มีภัยลมพายุหรือลูกเห็บหรือไม่
- วงเงินภัยธรรมชาติเท่าไร
- หลังคา กระจก ป้าย และทรัพย์สินภายนอกอยู่ในความคุ้มครองหรือไม่
- มีค่าเสียหายส่วนแรกที่ผู้เอาประกันต้องรับเองเท่าไร
คำว่า “ลมพายุ” และ “ลูกเห็บ” อาจถูกกำหนดแยกกันในกรมธรรม์บางแบบ จึงไม่ควรตีความแทนบริษัทประกัน ต้องอ่านถ้อยคำความคุ้มครองของฉบับจริง
ประกันความเสี่ยงภัยทุกชนิดช่วยได้มากกว่าหรือไม่?
ประกันความเสี่ยงภัยทุกชนิด หรือ Industrial All Risks / Property All Risks มักให้ขอบเขตความคุ้มครองทรัพย์สินกว้างกว่าประกันอัคคีภัยแบบระบุภัย แต่ไม่ได้หมายความว่าจะจ่ายทุกเหตุโดยไม่มีข้อยกเว้น
บริษัทประกันยังต้องตรวจว่า
- ความเสียหายเกิดขึ้นอย่างฉับพลันหรือไม่
- ทรัพย์สินอยู่ในสถานที่เอาประกันหรือไม่
- โครงสร้างเดิมมีการผุกร่อนหรือขาดการบำรุงรักษาหรือไม่
- ความเสียหายเป็นผลจากพายุจริงหรือเป็นการเสื่อมสภาพเดิม
- ทรัพย์สินติดตั้งถูกต้องตามมาตรฐานหรือไม่
- มีข้อยกเว้นเกี่ยวกับทรัพย์สินกลางแจ้งหรือไม่
- ผู้เอาประกันได้แจ้งการต่อเติมและติดตั้งอุปกรณ์ใหม่หรือยัง
เหมาะกับโรงงาน โกดัง โรงแรม ห้าง ร้านค้า และอาคารธุรกิจที่มีทรัพย์สินหลายประเภท แต่ต้องกำหนดทุนประกันให้เพียงพอกับค่าก่อสร้างและมูลค่าทดแทนปัจจุบัน
หลังคาถูกลูกเห็บกระแทกแล้วน้ำรั่ว ประกันจ่ายอะไร?
หากภัยลมพายุหรือลูกเห็บอยู่ในความคุ้มครอง ประกันอาจพิจารณาค่าซ่อมหลังคาที่เสียหายโดยตรง รวมถึงความเสียหายต่อฝ้า ผนัง เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือสินค้าที่เปียกน้ำจากช่องเปิดที่เกิดจากพายุ
แต่มีจุดสำคัญคือ ต้องพิสูจน์ว่าหลังคาเสียหายจากเหตุครั้งนั้นจริง
หากหลังคารั่วอยู่ก่อนแล้ว กระเบื้องผุ หรือโครงสร้างขาดการบำรุงรักษามานาน บริษัทประกันอาจแยกความเสียหายเดิมออกจากความเสียหายใหม่ และไม่จ่ายค่าซ่อมส่วนที่เป็นการเสื่อมสภาพตามอายุ
หลังเกิดเหตุจึงไม่ควรรีบรื้อหลังคาทั้งหมดก่อนเก็บหลักฐาน ควรถ่ายภาพรอยแตก จุดน้ำเข้า เศษลูกเห็บ และสภาพพื้นที่รอบอาคารให้ครบก่อนซ่อมฉุกเฉิน
แผงโซลาร์เซลล์แตก เคลมประกันอาคารได้ไหม?
ต้องตรวจว่าแผงโซลาร์เซลล์ถูกระบุเป็นทรัพย์สินเอาประกันหรือไม่
เจ้าของอาคารจำนวนมากติดตั้งโซลาร์เซลล์หลังจากทำประกันไปแล้ว แต่ไม่ได้แจ้งเพิ่มทุนประกัน เมื่อเกิดความเสียหายจึงพบว่ากรมธรรม์เดิมคุ้มครองเพียงตัวอาคารและทรัพย์สินภายใน ไม่ได้รวมระบบโซลาร์เซลล์
ระบบโซลาร์เซลล์ควรพิจารณาให้ครบทั้ง
- แผงโซลาร์เซลล์
- โครงยึดและฐานติดตั้ง
- Inverter
- สายไฟและตู้ควบคุม
- อุปกรณ์ป้องกันไฟกระชาก
- ระบบตรวจสอบการผลิตไฟ
- แบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน
- ค่าแรงรื้อถอนและติดตั้งใหม่
แม้หน้ากระจกของแผงจะดูไม่แตก แต่แรงกระแทกอาจทำให้เซลล์ภายในเกิด Microcrack ส่งผลให้กำลังผลิตลดลง จึงควรให้ผู้เชี่ยวชาญทดสอบ ไม่ควรตัดสินจากการมองด้วยตาเปล่าเพียงอย่างเดียว
หากป้ายร้านปลิวไปโดนคนอื่น ใครรับผิด?
เมื่อป้าย กันสาด กระเบื้อง หรือชิ้นส่วนอาคารปลิวไปทำให้คนบาดเจ็บหรือรถข้างเคียงเสียหาย เจ้าของอาคารหรือผู้ครอบครองพื้นที่อาจถูกเรียกร้องค่าเสียหายได้ หากตรวจพบว่าติดตั้งไม่แข็งแรง ขาดการตรวจสอบ หรือมีส่วนประมาท
ประกันที่เกี่ยวข้องคือ Public Liability Insurance หรือประกันความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ซึ่งอาจช่วยชดใช้ค่ารักษาพยาบาล ความเสียหายต่อทรัพย์สิน และค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดีตามเงื่อนไข
แต่หากเหตุเป็นภัยธรรมชาติรุนแรงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ความรับผิดต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริง ไม่ใช่ว่ามีป้ายหล่นแล้วเจ้าของร้านจะผิดทุกครั้ง
ประเด็นสำคัญคือ ประกันทรัพย์สินซ่อมของเรา ส่วนประกันความรับผิดดูแลความเสียหายที่เราอาจต้องรับผิดต่อผู้อื่น ทั้งสองส่วนทำหน้าที่คนละอย่าง
ร้านต้องปิดซ่อม รายได้ที่หายไปเคลมได้ไหม?
ประกันทรัพย์สินทั่วไปมักจ่ายค่าซ่อมหรือทดแทนทรัพย์สินที่เสียหาย แต่ไม่ได้จ่ายยอดขายที่หายไปโดยอัตโนมัติ
หากธุรกิจต้องหยุดดำเนินงานเพราะหลังคาเสียหาย สินค้าเปียก หรือระบบไฟฟ้าใช้งานไม่ได้ ต้องตรวจว่ามี Business Interruption Insurance หรือประกันภัยธุรกิจหยุดชะงักหรือไม่
ความคุ้มครองอาจรวมถึง
- กำไรขั้นต้นที่สูญเสีย
- ค่าใช้จ่ายประจำที่ยังต้องจ่าย
- ค่าเช่าสถานที่ชั่วคราว
- ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเพื่อให้ธุรกิจกลับมาเปิดเร็วขึ้น
- ค่าจ้างพนักงานบางส่วนตามเงื่อนไข
แต่ Business Interruption จะทำงานเมื่อมีความเสียหายต่อทรัพย์สินจากภัยที่กรมธรรม์หลักคุ้มครอง หากกรมธรรม์หลักไม่คุ้มครองลูกเห็บหรือลมพายุ ความเสียหายด้านรายได้ก็อาจไม่เข้าเงื่อนไขเช่นกัน
สิ่งที่ประกันอาจไม่จ่าย
กรณีที่ต้องระวัง ได้แก่
- หลังคาผุกร่อนหรือรั่วอยู่ก่อนเกิดเหตุ
- งานติดตั้งไม่ได้มาตรฐาน
- ทรัพย์สินไม่ได้ระบุในกรมธรรม์
- แผงโซลาร์เซลล์ติดเพิ่มแต่ไม่ได้แจ้งบริษัทประกัน
- ทรัพย์สินกลางแจ้งถูกจำกัดความคุ้มครอง
- ความเสียหายเป็นเพียงรอยบุบที่ไม่กระทบการใช้งาน
- น้ำซึมจากการบำรุงรักษาไม่เพียงพอ
- ค่าเสียหายต่ำกว่าค่าเสียหายส่วนแรก
- ทุนประกันต่ำกว่ามูลค่าทรัพย์สินจริง
- มีการซ่อมหรือทิ้งของก่อนบริษัทประกันตรวจสอบ
- ความเสียหายทางอ้อมหรือรายได้หาย โดยไม่มี Business Interruption
หลังพายุผ่าน ควรทำอะไรทันที?
- ตรวจความปลอดภัยก่อนเข้าอาคาร
- ห้ามจับสายไฟหรืออุปกรณ์ที่เปียก
- ถ่ายภาพภายนอกและภายในก่อนเคลื่อนย้ายสิ่งของ
- ถ่ายภาพหลังคาโดยไม่ปีนขึ้นไปเสี่ยงอันตราย
- บันทึกวัน เวลา และสภาพอากาศ
- ป้องกันความเสียหายเพิ่ม เช่น คลุมจุดรั่วชั่วคราว
- แยกทรัพย์สินที่เปียกออกจากพื้นที่ แต่ห้ามทิ้ง
- แจ้งบริษัทประกันหรือนายหน้าทันที
- ขอใบเสนอราคาซ่อมจากผู้รับเหมาที่น่าเชื่อถือ
- เก็บใบเสร็จค่าซ่อมฉุกเฉินและค่าเคลื่อนย้ายทั้งหมด
การป้องกันความเสียหายเพิ่มเติมสามารถทำได้ แต่ควรเก็บภาพก่อนและหลังดำเนินการไว้เสมอ หากต้องรื้อถอนทันทีเพื่อความปลอดภัย ควรแจ้งบริษัทประกันและเก็บชิ้นส่วนสำคัญไว้ตรวจสอบ
เช็กลิสต์ก่อนพายุรอบใหม่
เจ้าของบ้านและธุรกิจควรตรวจสภาพกระเบื้อง จุดยึดหลังคา รางน้ำ ป้ายร้าน กันสาด ต้นไม้ และโครงยึดโซลาร์เซลล์ หากพบส่วนที่หลวมให้รีบซ่อมก่อนเกิดเหตุ
ควรนำสินค้าและอุปกรณ์กลางแจ้งเข้าอาคาร สำรองข้อมูลสำคัญ ถอดปลั๊กอุปกรณ์ที่ไม่จำเป็น และหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้กระจก ต้นไม้ใหญ่ หรือป้ายที่ไม่แข็งแรงเมื่อเกิดพายุ
ด้านประกัน ควรเปิดตารางกรมธรรม์ตรวจคำว่า “ลมพายุ” “ลูกเห็บ” “ภัยธรรมชาติ” “ทรัพย์สินภายนอกอาคาร” และ “ค่าเสียหายส่วนแรก” พร้อมตรวจทุนประกันของอาคาร สินค้า และโซลาร์เซลล์ให้เป็นปัจจุบัน
คำถามที่พบบ่อย
ลูกเห็บทำกระจกบ้านแตก ประกันบ้านจ่ายหรือไม่?
อาจจ่ายได้ หากกรมธรรม์คุ้มครองภัยลูกเห็บหรือลมพายุ และกระจกเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งปลูกสร้างที่เอาประกัน ต้องตรวจวงเงินและค่าเสียหายส่วนแรก
หลังคาไม่แตก แต่มีรอยบุบ เคลมได้ไหม?
ต้องดูว่ารอยบุบกระทบการใช้งานหรือมูลค่าทรัพย์สินหรือไม่ และกรมธรรม์ชดใช้ความเสียหายเชิงสุนทรียภาพหรือไม่ บางกรณีอาจไม่เข้าเกณฑ์ความเสียหายที่ต้องซ่อมหรือเปลี่ยน
ลูกเห็บทำสินค้าในโกดังเสียหาย คุ้มครองหรือไม่?
หากตัวอาคารได้รับความเสียหายจากภัยที่คุ้มครอง แล้วน้ำหรือลูกเห็บเข้ามาทำลายสินค้าที่เอาประกัน อาจเคลมได้ตามเงื่อนไข แต่ต้องมีทะเบียนสต็อกและหลักฐานมูลค่าสินค้า
แผงโซลาร์เซลล์ยังผลิตไฟได้ ต้องแจ้งเคลมหรือไม่?
หากพบรอยแตกร้าว กำลังผลิตลดลง หรือระบบแจ้งเตือนผิดปกติ ควรแจ้งและให้ช่างตรวจ ไม่ควรรอจนระบบหยุดทำงาน เพราะอาจพิสูจน์ความเชื่อมโยงกับเหตุพายุได้ยากขึ้น
สรุป
เหตุลูกเห็บตกในกรุงเทพฯ เตือนว่า ภัยธรรมชาติไม่ได้เกิดเฉพาะพื้นที่ที่เราเคยคุ้นเคย บ้าน ร้านค้า และโรงงานที่ไม่เคยเจอลูกเห็บก็สามารถได้รับความเสียหายได้
สิ่งที่ต้องทำไม่ใช่เพียงตรวจว่ามีกรมธรรม์หรือไม่ แต่ต้องตรวจว่า ภัยลมพายุและลูกเห็บอยู่ในความคุ้มครองหรือไม่ ทรัพย์สินทุกชิ้นถูกแจ้งครบหรือยัง และทุนประกันพอสำหรับการซ่อมวันนี้หรือเปล่า
เพราะประกันที่มีอยู่แต่ไม่ตรงกับความเสี่ยง อาจช่วยได้น้อยกว่าที่เจ้าของทรัพย์สินคาดหวัง
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป การจ่ายสินไหมขึ้นอยู่กับสาเหตุ ความเสียหายจริง วงเงิน ค่าเสียหายส่วนแรก และเงื่อนไขของกรมธรรม์แต่ละฉบับ
ปรึกษาประกันบ้าน อาคาร และโซลาร์เซลล์
ต้องการตรวจสอบความคุ้มครองภัยลมพายุ ลูกเห็บ ประกันทรัพย์สิน ประกันความรับผิด และ Business Interruption ติดต่อทีม Srikrung Mentor
คุณบอย: 080-295-6052
คุณปูเป้: 080-295-1830
LINE: @Srikrungmentor
Facebook: ศรีกรุงปทุมธานี
